เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถามใส่บิกินี่ผิดตรงไหน เตรียมแจ้งจับเอาผิด

เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถามใส่บิกินี่ผิดตรงไหน เตรียมแจ้งจับเอาผิด

เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง จากกรณีดราม่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ส่งข้อความและภาพของ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสาว ที่โพสต์ภาพตัวเองในชุดว่ายน้ำสีเหลืองวาบหวิว ลงโซเชียล ไปที่แฟนเพจของผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอ่างทอง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสม บุคคลที่แจ้งก็บอกว่า การกระทำแบบนี้ถือเป็นความเสื่อมเสียของผู้นำชุมชน และศาสนา

ล่าสุด กิ๊ฟ ธิติมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ได้ให้สัมภาษณ์ทางอมรินทร์ ทีวี 

ว่า ภาพที่เห็นนั้นเป็นการลองใส่ชุดว่ายน้ำที่ตนไปซื้อมา เพราะเตรียมไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว จึงนำภาพนั้นลงในเฟซบุ๊กของตน และตั้งค่าเป็นส่วนตัว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตนไม่ได้โชว์ของลับ ไม่ได้เปลือยหน้าอก ไม่ได้ใส่ชุดราชการ แต่กลับถูกคนไม่หวังดีกลั่นแกล้ง เอาภาพไปปล่อย และเรียกร้องให้ปลดตนออกจากราชการ รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่ไม่ขอพูด

ไม่ทราบว่าสำนักข่าวหรือเพจ ได้ภาพมาจากไหน พอได้ภาพมาแล้วก็ไม่เอามาถาม กลับเอาข่าวไปลงเลย จนตนได้รับความเสียหาย ตนจึงนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด เข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับบุคคลที่ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็นว่า ตนนับถือศาสนาอิสลาม การใส่ชุดแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกันเลย เพราะโพสต์ภาพในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ

นายไพโซบ พูลสมบัติ อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนได้เรียกกิ๊ฟมาตักเตือนแล้ว เพราะคนทำงานราชการ ไม่ควรโพสต์ภาพในลักษณะนี้ ควรระวังให้มากกว่านี้ กิ๊ฟก็ได้กล่าวขอโทษ จึงได้ลงทัณฑ์บนคาดโทษเอาไว้

น้ำอุ่นยังกล่าวถึงโมเดลลิ่งที่พาดพิงถึงตนว่า “ในช่วงที่ผมกำลังสู้คดีอยู่นั้น มีโมเดลลิ่งจัดหางานหลายคนออกมาพูดผ่านรายการต่างๆ ว่ารู้จักผม แล้วมาพูดถึงพฤติกรรมของผมนั้น อยากบอกว่าไม่เคยรู้จักเขาเป็นการส่วนตัวเลย”

ในกรณีนี้ นางมุกดา พงษ์สมบัติ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้รับพิจารณาด้วยความยินดี โดยย้ำว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเป็นมิติใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะเพราะมนุษย์ทุกคนต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน

มต.การท่องเที่ยว ชวนคนไทยเที่ยวไทย หลังนักท่องเที่ยวจีนลดฮวบ

จากกรณีที่มีไวรัสโคโรน่าแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยลดฮวบ

ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนแทบไม่มีเลยจึงหารือกับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ว่าต้องเชิญชวนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น และเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากอาเซียนให้มาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เชื่อว่าการเดินทางใกล้ มีลักษณะความสัมพันธ์ทางภูมิภาคและคมใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและอาเซียน สมาชิกอาเซียนในแต่ละประเทศมีกำลังซื้อ

สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนหายไปกว่าร้อยละ 85 จากวันละ30,000 คนเหลือ 3,000 คนและหากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ยังไม่ยุติในเร็วๆ นี้ คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้ลดลงอีกแน่นอน ซึ่งการเข้ามาทั้งหมด ต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มข้นจากท่าอากาศยาน วอนคนไทยอย่าตระหนกและกังวลว่ายังมีนักท่องเที่ยวจีน เดินทางเข้ามายังประเทศไทย

ทั้งนี้ ประมาณการณ์ว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนา กระทบต่อตัวเลขการท่องเที่ยวทั้งปี ราว 3 แสนล้านบาททำให้การท่องเที่ยวชะลอตัว ในช่วง ไตรมาสแรกไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและรวมถึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆด้วย อย่างเร็วที่สุดที่สถานการณ์ท่องเที่ยวจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ  คาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลัง ในไตรมาส 3 และ 4 หลังสถานการณ์ปกติ หวังว่านักท่องเที่ยวจะกลับมายังประเทศไทยเป็น 2 เท่า จะทำให้รายได้การท่องเที่ยวที่สูญเสียไปในช่วงไตรมาสแรกกลับมาเป็นปกติ

นอกจากนี้ นางมุกดา ยังยืนยันว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะไม่ทำเฉพาะเรื่องการสมรสเท่านั้นแต่จะผลักดันเรื่องความเท่าเทียมกันของทุกเพศทุกวัยในทุกๆ เรื่อง นตอนท้ายของการยื่นหนังสือ คู่รักกลุ่ม LGBT ได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยได้จูบปากกันกลางงานแถลงข่าวรัฐสภา ซึ่งได้สร้างความฮือฮาให้กับเจ้าหน้าที่ข้าราชการรัฐสภา และสื่อมวลชน

จากนั้น นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่บางพื้นที่ไม่มีน้ำทำนาปลังว่า  จะต้องหาวิธีการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับพื้นที่และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่ออุปโภคบริโภคของประชาชน  โดยขอความร่วมมือประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะต้องลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับการทำการเกษตรลงให้ได้มากที่สุด เพราะมีบางประเทศมีการใช้น้ำทำการเกษตรน้อยกว่าประเทศไทย ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาวิธีการและแนวทางดังกล่าวเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศไทย นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมบริหารจัดการการให้ใช้น้ำบาดาลมากขึ้น เพื่อเตรียมรองรับแก้ไขปัญหากรณีน้ำอุปโภคบริโภคขาดแคลนน้ำที่และบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชน

นอกจากกิจกรรมข้างต้นแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังจัดโปรโมชันทั้งลด ทั้งลุ้นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น แคมเปญ “EMS ท้าส่ง” มอบส่วนลดค่าส่ง EMS ในประเทศสูงสุดกว่า 70% แคมเปญ “คูเรียร์โพสต์ ลดแรงรับปีใหม่” มอบส่วนลดค่าส่งต่างประเทศด้วยบริการคูเรียร์โพสต์สูงสุด 500 บาท เว็บตรง / บาคาร่าเว็บตรง